|
ของขวัญวันเกิด ภาค 1 
ณ วันที่ 26 มกราคม 2525
เด็กหญิงชอบงอแง ถือกำเนิดมาในวันนั้น
ท่ามกลางความดีใจของญาติๆฝ่ายแม่ เพราะเป็นหลานคนแรก
และท่ามกลางความยินดีของญาติๆทางพ่อด้วยเช่นกันนนน

ดีใจกันได้ไม่นาน ก็ต้องใจเสียไปตามๆกัน
เพราะเด็กหญิงมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้
กินไรๆ ไปก็อ๊อกตลอด
เด็กหญิงเลยถูกจับเข้าตู้อบนานนับเดือน ตั้งแต่อายุไม่ครบ 2 เดือนดี
ญาติๆ เห็นพ้องต้องกันว่า ต้องเป็นชื่อให้เด็กหญิงโดยพลัน
เด็กหญิงจึงมีชื่อใหม่ว่า ธนิตา มาตั้งแต่บัดนั้น ( แต่ก่อนชื่อ ญาดา นะย่ะ )
ด้วยความเป็นหลานคนแรก น้าเลยประคบประหงม พร้อมตามใจเด็กหญิง
ผลัดกันอุ้มชู ชิดเชย แทบไม่ได้วาง
เพราะเมื่อตรูดเด็กหญิงแตะพื้นเมื่อไหร่
อีแหกปากร้องเมื่อนั้น
ช่วงเด็กหญิงหัดเดิน ก็ไม่วายมาอุ้มกัน
ส่งผลให้เด็กหญิงมีช่วงขาเรียวงาม (ซึ่งไม่สมกับตัวกับอวบอิ่ม ณ ตอนนี้เล้ยยย )
เด็กหญิงช่างพูด ช่างถามและช่างซัก
จนน้าๆ คิดได้ว่าสมควรที่จะบีบตะหมูกเด็กหญิงซะตั้งแต่ตอนแบเบาะ
เพราะพูดมาก ยอกย้อน และดื้อจนน่าหยิก
ครั้งหนึ่งแม่เล่าให้ฟังว่า...
เพื่อนแม่ซึ่งกำลังท้องแก่มาพักที่บ้าน
และพาเด็กหญิงเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน --- และแน่นอน นู้ด จ้ะ
ระหว่างที่คุณน้ากะลังสระผมให้เด็กหญิง
เด็กหญิงก้อถามว่า....... ทำไมจุนน้ามีผมที่โม๊ะด้วยละก๊ะ
คุณน้าถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว

ความสุขมักอยู่กับเราได้ไม่นาน
เมื่อพ่อกับแม่ต้องแยกทางกัน
โดยที่พ่อเป็นคนเลี้ยงดูเด็กหญิงมานับแต่นั้น
เด็กหญิงย้ายไปอยู่บ้านย่า
ณ วันนั้น เด็กหญิงไม่รู้สึกว่าขาดแม่
เนื่องจากยังเล็กมากและย่า พ่อ อาๆ ก็รักเด็กหญิงดี
โดยเฉพาะย่าซึ่งรักและตามใจเด็กหญิงมาก
แต่ก็ดุมาก ตีเด็กหญิงเจ็บด้วยถ้าดื้อมากๆเข้า
ย่าเป็นครูประถมซึ่งสอนทุกวิชา
เป็นไอดอลในหัวใจเล็กๆ ของเด็กหญิง
ที่โตขึ้นอยากจะเป็นครู เพราะ........
จะได้ตีนักเรียน นั่นเอง
ย่าสอนหนังสือให้ตั้งแต่อนุบาล ทำให้เด็กหญิงอ่านหนังสือพิมพ์ได้ตั้งแต่ 6 ขวบ
ย่าให้เด็กหญิงเรียน ป.1 ถึง 3 ปี เพราะอยากให้เรียนตามเกณฑ์
จนเด็กหญิงไม่อยากไปเรียน เพราะเรียนมาแล้วตั้ง 2 ปีง่ะ
ป.1-ป.3 เด็กหญิงเรียนโรงเรียนเอกชน
เพราะมีสอนภาษาอังกฤษ
ตอนสอบเข้า มาเถอะพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่
เด็กหญิงเขียนได้หมด
แต่ให้ลูกพี่ลูกน้องที่สอบเข้า ป.5 เขียน ก-ฮ ให้
เพราะเด็กหญิงจำได้ไม่ครบ 44 ตัวนิ
ป.4 ชีวิตเด็กหญิงผกผันอีกครั้ง เมื่อต้องย้ายมาเรียนในตัวจังหวัด
ด้วยเหตุผลที่ว่าเตรียมตัวเข้า ม.1 ในโรงเรียนประจำจังหวัด
เด็กหญิงเลยต้องอยู่หอพักกับลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกันจนถึงป.6
ป.4-ป.6 เป็นชีวิตแห่งการสอบโดยแท้
เด็กหญิงต้องได้เข้าสอบคนเก่งที่เทศบาลจัดทุกครั้ง ปีละ 4 ครั้ง
ก่อนหน้าการสอบคนเก่งของเทศบาล
โรงเรียนก็มีสอบคัดเลือกตัวแทนเพื่อการนี้ก่อนอย่างน้อย 2 ครั้ง
คิดดูแล้วกันว่าปีๆนึง เด็กหญิงจะต้องสอบกี่ครั้ง
เดินไปโรงเรียนด้วยมือขวาหิ้วกระเปานักเรียนใบโต
มือซ้ายหิ้วถุงผ้าใส่ตัวอย่างข้อสอบที่ต้องติว
เป้สะพายหลังใส่หนังสือคู่มือเตรียมสอบวิชาโน้น นี่ นั่น
วันไหนมีงานต้องส่ง เช่น โมเดลบ้านจากไม้จิ้มฟัน
ก็ต้องกลับมาเอากันอีกรอบ เฮ้ย....ชีวิตเด็กหญิง
ม.1 ชีวิตเด็กหญิงผกผักอย่างแรง
เมื่อสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดไม่ได้
โชคยังเข้าข้าง พระเจ้ายังเมตตา ยังมีโควตาของอีกโรงเรียนหนึ่ง
พ่อรู้จักกับอาจารย์ที่โรงเรียนนี้ให้ช่วยดูแลเด็กหญิง
อ้าว....เด็กหญิงแย่แล้วววววว
เรียนไปแบบชิลๆ เทอมแรกเพื่อนได้เกรดกัน 3.6-3.7-3.8
เด็กหญิงได้ 3.2 พ่อโค่ดจะเครียดกับเด็กหญิงเลย
แต่ว่าเทอมต่อมาเด็กหญิงก็ยังชิลๆ ได้เกรด 3 กว่าๆเหมือนเดิม
พร้อมทำกิจกรรมวิชาการ แต่ที่ดังสุดก็เป็นชนะการตอบปัญหาระดับจังหวัด
จบ ม.3 ด้วยเกรดที่ชิลๆ 3.40
ม.4 นรกอีกครั้งเมื่อนางสาวต้องเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดโรงเรียนเดิม
ตื่นเช้าไปเรียนพิเศษ เที่ยงกลับมานอน ตื่นบ่ายอ่านหนังสือ กินข้าวเย็น แล้วอ่านต่อถึงเที่ยงคืน
ชีวิตนางสาววนเวียนอยู่อย่างนี้ 1 เดือนเต็ม
ก่อนสอบ 1 อาทิตย์ นางสาวป่วยคะ-----เครียดลงกระเพาะ ตับ ไต ไส้และพุง
นอนซมที่โรงบาล แต่ยังให้พ่อเอาหนังสือไปให้อ่านที่โรงบาล
กลัวสอบไม่ได้ กลัวพ่อผิดหวัง โอ๊ยยย....นางสาวเครียด
วันสอบ มีพ่อไปนั่งหน้าห้องสอบพร้อมพยาบาล 1 คนหิ้วถุงน้ำเกลือ
นางสาวสอบแบบชิลๆ เพราะพ่อบอกไม่เป็นไร ไม่ได้ก็เรียนที่อื่นเอา
แต่ปลาช่อน เอ๊ย...ปลากด------ปรากฏว่า นางสาวสอบได้คะ
รับ 10 คน นางสาวได้ที่ 3 เค๊อะ
ความพยายามประสบผลสำเร็จ พร้อมทั้งมีเรื่องวิวาทะกับรุ่นพี่ที่หอพัก
เพราะนางสาวได้ยินมันผู้นั้น พูดว่าที่นางสาวสอบได้เป็นเพราะพ่อยัดตังฝากให้
นางสาววี๊ดดดดดดดมาก โหย...........หอกหัก อ่านหนังสือแทบจะรากเลือด
มาว่ากันเยี่ยงนี้ ก็ลองกันหน่อยซี
มันผู้นั้นหุงข้าวไว้ พอข้าวสุกนางสาวก็เอาเลย เอาโคโลญจ์ แชมพู ครีมนวด ครีมทาหน้า
เทประดังใส่หม้อข้าวของมันผู้นั้น และเขียนกระดาษแปะว่า อย่าปากพล่อยและปากหมานอีก!!!!!!
-----ต่อภาค 2 นะจ้ะ-------
Posted on Wed 23 Jan 2008 15:42 |
|