|
ฤๅ...เบญจเพส 
ก็เพราะอายุเพิ่ง 26 ซึ่งไม่ใช่เบญจเพส แต่ทำไม๊ ทำไม ชีวิตละม้ายกับคนอายุ 25
เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสที่ 21 เป็นวันหยุดมาฆบูชา ชิมิ
ก็แร่ดๆ ไปสยาม เซ็นเตอร์เพราะนัดน้องนักเรียนที่สอนพิเศษไปกินข้าวกัน
นั่งรอน้องอยู่ตรงลานน้ำพุ ประมาณชาติกว่า ก็เริ่มรู้สึกว่าอากาศเย็นๆ
หาที่นั่งใหม่ หลบลมเย็น แต่ก็ยังหนาวอยู่ ในท้องเริ่มครืดคราด
ช่ายแร้ว....................................ปวดขรี้คะพี่น้อง
แว่บไปส้วม นั่งปุ๊บ ไหลปั๊บ ท้องเสีย
เสร็จกิจก็ออกมานั่งรอต่อไป โทรเช็กน้องๆ บอกว่ากะลังมา
เลยไปต่อคิวชาบูชิก่อน นั่งรอคิวด้วยความหวัง ทั้งหนาว ทั้งปวดท้อง มึนหัวอย่างแรง
ในที่ฉุด......น้องเบลล์ก้อมา ตอนนั้นตัวร้อนๆ แล้วอ่ะ
กิน กิน กิน กิน กินแต่ไม่คุ้มเลย เพราะปกติกินชาบูชิหลินต้องเติมน้ำ แต่วันนั้นน้ำลดลงนิดเดียว
กินเสร็จบอกเบลล์ว่า " เบลล์...พี่หลินว่าสเวนเซ่นยกเลิกดีกัวนะ พี่ใกล้ตายแล้ว "
ก็นั่งแท๊กซี่กลับบ้านที่ตั้งฮั่วเส่ง นั่งมาจากสยามทั้งที่ไม่เคยนั่งมาก่อน แต่วันนั้นสุดๆจริงๆ
อีแท๊กซี่ก็ทำซะกรูจิตตกเชียว รถติดไฟแดงอยู่ก็เบิ้ลเครื่องอยู่นั้นแหละ
หลินก็ดั๊นไปอ่านเรื่องคนที่จะโดนมอมยาในรถแท๊กซี่ ว่าคนขับมันจะเร่งแอร์แล้วเหยียบคันเร่งตอนรถติด
พยายามฝืนตาไม่ให้ปิด ( ไม่ใช่โดนยานะ แต่ง่วง ) แวะซื้อยามากิน แล้วก็นอนเลย
จนน้าลิ้มกลับมาจากข้างนอก ขึ้นมาดูบอกว่าตัวร้อนมาก แล้วก็ให้ไปกินข้าวแต่หลินยังนอนอยู่ ไม่ไปไหน
ค่ำๆ ถึงจะกินข้าว คืนนั้นขรี้ไป 3 ครั้ง ถ่ายเป็นน้ำเลย
เช้าวันศูกร์............ตื่นมา ชิ_หายแล้ว หกโมงฝ่าแล้วไม่เห็นมีใครเรียก
พอดีน้าเจี๊ยบขึ้นมาบอกว่าไม่ต้องไปทำงานจะพาไปหาหมอที่ยันฮี
ไปหาหมอก็รอนานมากกกกกกก เจอหมอ บอกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อาการทุกอย่าง
หมอขอกดท้องดู ขึ้นเตียง เปลื้องผ้า ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แกะกระดุมกุงเกงอย่างเดียวจ้า หมอก็กดๆๆๆๆๆ ไปทั่วๆท้อง
พอหมอกดช่วงสะดือ เยื้องๆมาทางซ้าย หลินร้อง " อู๊ย...ตรงนี้เจ็บค่ะ "
หมอก็เอาหูฟังมาฟังที่เจ็บ พอดี๊เกิดปวดบิดขึ้นมากระทันหัน
ปวดบิดของหลิน คือ เหมือนเวลาเราบิดผ้าอ้ะ จี๊ดมาทีต้องงอตัว
หมอบอกว่าแอดมิตดีกว่า " ม๊ายยยยยยยยยยยยยเค๊อะ พรุ่งนี้มีงานด่วนที่ขาดไม่ได้ "
หมอก็จัดยามาให้ สั่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ห้ามกินหลายอย่างมาก เช่น
ชา กาแฟ น้ำอัดลม ของหมัก ของดอง อาหารรสจัด เผ็ดไป เค็มไป น้ำเย็น ฯลฯ
กลับมาบ้านก็จัดเสื้อผ้า เตรียมไปแร่ดที่พัทยาเย็นนี้ ( อ้าว.....แล้วงานด่วนล่ะ )
ออกจากออฟฟิศประมาณ 6 โมงเย็น เพราะต้องรับน้าลิ้มไปด้วย
ขึ้นทางด่วนไป ปรู๊ดเดียวถึง แวะที่ศรีราชา บ้านน้าเจี๊ยบ
น้าเจี๊ยบเตรียมหนมจีน น้ำยาป่ารสแซ่บสะแด่วไว้ให้
หลินก็เหนียมๆ สังวรณ์อยู่ว่าท้องเสีย แต่หลังจากคำแรก กรูก็ม่ายสนใจไรแล้ว...
กินไป 2 ชามกับน้ำยาป่ารสเด็ด 1 จับเล็กๆคลุกน้ำปลาแก้เผ็ด ------ เข้าข่ายของที่คุณหมอห้ามกินรึป่าวเค๊อะ
ถึงคอนโดก็ฟาดโรตีกล้วยหอมอีกอัน ก่อนจะเข้านอน ดึกๆมาร่วมวงโจ้หนมจีนที่ขนมาด้วยต่อ
เข้าห้องน้ำทำเนียนๆ ว่าปวดเบา แต่จริงๆแล้วขรี้คับเพ่น้อง คืนนั้นสิริรวม 5 ครั้ง
ตอนเช้าวันเสาร์ไปเดินตลาด กินโจ๊กแล้วก็แอบซื้อแจ่วปลาร้า กับปลาร้าสับกลับมาด้วย
ขึ้นคอนโดนอนพักเอาแรง แดดร่มลมตกแล้วก็หอบของกินเดินออกไปนั่งริมหาด
เค้ายังไม่เสริฟน้ำ หลินกวักมือเรียกพ่อค้ากุ้งนึ่งซะแล้ว กุ้ง 10 ตัว 100 บาท แหง่มมมม
แล้วสมาชิกก็ทยอยเรียกพ่อค้า แม่ค้าที่แวะเข้ามาขายกันสนุก เกือบจะไม่ปฏิเสธกันเลยทีเดียว
เรียกว่าอิ่มจนจุก ลุกไม่ขึ้น แถมใครถามถึงเรื่องท้องเสีย ก็บอกว่าหายแล้วซะอีก
ค่ำๆ เล่นน้ำกันอีกรอบ กินโรตีอีกถึงจะไปนอน
เช้าวันอาทิตย์ไปเล่นน้ำแต่เช้า เล่นเสร็จกินข้าวเหนียว ไก่ย่างกับแจ่วแซ่บๆ
เล่นน้ำต่อจนบ่ายๆ ก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ น้าลิ้มแวะอ่างศิลาเพื่อจะกินปูให้ซะใจ
สั่งปูม้านึ่งตัวเมียมีไข่ 1 โล กุ้งผัดกระเทียมพริกไทย ปลาหมึกไข่ย่าง ต้มยำกุ้งและข้าวผัดปู
หลินอยากกินกุ้งเผา พอรู้ราคาต่อมตะกละแฟ่บทันที กินเสร็จก็เย็นย่ำเต็มทีแล้ว ถึงบ้านฟ้าก็มืดพอดี
วันจันทร์มาทำงานโดยพาอาการปวดบิด นิดหน่อยพองามกับปวดหัว+ตัวร้อนมาด้วย
เช้ามาก็กินข้าว กินยา ขึ้นไปนอนห้องทำงานน้าลิ้ม ตื่นลงมาอีกที 9.30 แล้ว
เที่ยงกินข้าว กินยาแล้วฟุบนอนกับโต๊ะ น้าลิ้มก็มาเรียกให้ไปนอนข้างบน ตื่นก็จะบ่ายสาม
ลงมานั่งงงๆ ทำงานนิดหน่อย อาการทั่วไปดีมากแล้ว เกือบหายแล้ว เย้.....................
วันอังคารก็มาทำงานปกติ ตอนเช้าออกไปโอนตังค่าออกของให้ชิปปิ้ง ออกไป 2 รอบ
พอรอบที่ 3 ก็เกิดเหตุจนได้ คือ ที่ออฟฟิศมีมอไซค์ 1 คัน เอาไว้ออกไปโอนตัง ซื้อกับข้าวอะไรๆแถวนั้น
น้าลิ้มให้ไปโอนตังรอบที่ 3 ของวัน หลินก็ออกไปตามปกติ ก็มี ง.งูตัวใหญ่ ประมาณแขนผู้หญิงเราอ่ะนะ
เลื้อยตัดหน้ารถในระยะประมาณ 2 เมตร หลินขนลุกซู่เลยอ่ะ คือ ตัวมันใหญ่มาก กัดทีถ้ามีพิษคงตายอ่ะ
แต่ก็เพราความบ้าๆ บอๆ ของหลินที่เสือกไปคิดว่า งูก็คือเนื้อคู่ แถมคิดว่าเนื้อคู่กรูเป็นฝรั่งแล้วแน่แท้
เพราะงูมันสีขาวๆ ปนทองๆ ไรเงี้ย พอรถออกไปจากซอยแยก ก้อขับไม่ได้เร็วนะเพราะขับตามอีแคมรี่อยู่
ยังนึกในใจว่า แคมรี่นี่ก็สวยนะ อยากได้เหมือนกัน พอดีถึงวงเวียนก็ชะลอรถตีโค้งเข้าวงเวียน
แล้วก็เลี้ยวซ้ายตามอีแคมรี่คันเดิม กะลังคิดว่าเด๋วพ้นโค้งหน้าก็จะแซงอีแคมรี่เพราะขับช้ามาก
แต่ยังแซงไม่ได้เพราะมีรถสวนมา ทันใดนั้น อีแคมรี่หอกนั่นก็เบรกขึ้นมากระทันหัน
ไอ่หลินที่ตามอยู่ข้างหลังก็ตกกะใจ กลัวจะจูบตูดอีแคมรี่คันงาม ก็เบรกตาม
ตานี้รถแบบออโต้...มีกี่เบรกๆ กรูใช้หมด ประกอบกับขับตามอีแคมรี่ที่วิ่งเหยียบน้ำมา เป็นรอยน้ำเลย
รถปัดแล้วก็ล้มมาทางขวา ( ล้มมาทางเส้นเหลืองแบ่งเลนอ่ะคะ ) ล้มอย่างสวยงาม
โดยที่คนอื่นไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงล้มได้ อีแคมรี่...เวรตะไลใส่หอกนั้นก็ไม่รู้เรื่องไรเลย
ยังขับเนิบๆ หายลับไปกับตา พี่ผู้ชายแล้วนั้นวิ่งมาถามอาการ หลินบอกว่าไม่เป็นไรค่ะแต่ขาติดอยู่ใต้รถ
ช่วยยกรถหน่อย ง๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มีแผลที่หลังเท้าขวาที่รถมันทับอยู่ง่ะ แล้วก็ยังมีที่
ฝ่ามือ ข้อศอกและหัวเข้าข้างขวาอีก เจ็บอ่ะ มีเลือดโด้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แต่ด้วยสปิริต ขับต่อไปโอนตังเสร็จแล้วขับกลับมาออฟฟิศ
นั่งแหมะที่กะไดหน้าออฟฟิศ " น้าลิ้มมมมมมมมมมม...มอไซค์ล้ม " พอน้าลิ้มดูแผล หลินก็ร้องไห้ซะแหล่ว
คือแผลมันเล็กนะ แต่ด้วยแรงที่ล้ม บวกกับรถทับเท้าขวา เนื้อบุ๋มลงไปถึงกระดูกเลยเจ็บมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
วิ่งกันทั้งออฟฟิศ หายาให้ มาช่วยล้างแผล เท้าสั่นริกๆ เลย มันชาๆด้วยนะ
ตกค่ำมีไข้ แผลบวมทุกแผล กินยาแก้อักเสบกับพาราแล้วก็นอน
รุ่งขึ้นไปทำงานไม่ไหว แผลระบบ นอนอยู่กับบ้าน
จนวันนี้เกือบ 2 อาทิตย์แล้วแผลก็หายดีเรื่อยๆ เกือบเป็นปกติแย้ว
แต่ที่เท้ายังเจ็บๆอยู่ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วจะใส่เกิบสีทอง อล่องฉ่องได้มั้ยเนี่ย
สรุปว่าเป็นเบญจเพสรึก๊อไม่น่าใช่ คาดว่าเป็นคราวเคราะห์
ยิ่งตำราบอกว่า เกิดวันอังคาร สีขาวเป็นสีกาลกิณี คืนวันเสาร์นี้จะไปแร่ดด้วยชุดสีขาว-ครีม เป๋าสีขาวหม่นๆ
เจริญญญญญญญญญญญญญญญญญญญแหละกรู
ปล. ต้องแต่งหน้าเองด้วย คราวเคราะห์มาเยือนของจริง



แบบไหนดีเค๊อะ ช่วยบอกดี เอาแบบงามงด เหมาะกับรูปร่างอันอวบอ้วน
บั๊บบุ๋ยส์.........................จนกว่าจะพบกันใหม่ค๊า
Posted on Thu 6 Mar 2008 15:51 |
|